TH | EN
วารสารวิชาการ

การปรับตัวขององค์กรข่าวเพื่อความอยู่รอดทางธุรกิจและบทบาทหน้าที่ต่อสังคม: กรณีศึกษาองค์กรสื่อท้องถิ่น

รูปแบบผลงาน
งานวิจัย, บทความวิชาการ
รหัสวารสาร
-
ชื่อผลงาน
การปรับตัวขององค์กรข่าวเพื่อความอยู่รอดทางธุรกิจและบทบาทหน้าที่ต่อสังคม: กรณีศึกษาองค์กรสื่อท้องถิ่น
ผู้จัดทำผลงาน
อภิสิทธิ์ ศุภกิจเจริญ
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากลยุทธ์การปรับตัวขององค์กรข่าวท้องถิ่นในยุคดิจิทัล โดยเน้นการ วิเคราะห์กระบวนการสร้างคุณค่าที่เชื่อมโยงกับชุมชนท้องถิ่น การวิจัยใช้วิธีเชิงคุณภาพ ได้แก่ การวิเคราะห์เนื้อหา ข่าว การสัมภาษณ์เชิงลึกกับองค์กรข่าวท้องถิ่น 8 แห่ง และการวิจัยเชิงปฏิบัติเพื่อทดสอบโมเดลการปรับตัวเชิงเนื้อหา ผลการศึกษาพบว่า การปรับตัวขององค์กรข่าวท้องถิ่นมี 4 ด้านหลัก ได้แก่ (1) การปรับโครงสร้างองค์กรให้เหมาะสมกับทรัพยากรที่จำกัด โดยเน้นการทำงานแบบทีมขนาดเล็กที่มีทักษะหลากหลาย รองรับการผลิตเนื้อหาบนหลายแพลตฟอร์ม (2) การพัฒนารูปแบบเนื้อหาที่ลึกซิ้งและตอบโจทย์ชุมชน โดยใช้กลยุทธ์เล่าเรื่องเฉพาะพื้นที่เพื่อสร้างอัตลักษณ์ พร้อมขยายการทำข่าวแบบข้ามสื่อ (3) การหารายได้จากช่องทางที่หลากหลายเช่น การบอกรับสมาชิก การระดมทุน การสนับสนุนจากผู้ลงโฆษณาในพื้นที่ และ (4) การรักษาบทบาทที่เชื่อมโยง กับชุมชนผ่านการนำเสนอข้อมูลที่ตอบสนองความต้องการของคนในพื้นที่ ทั้งในเชิงการเป็นแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือและการสนับสนุนการแก้ปัญหา อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดด้านกำลังคน ทรัพยากร และทักษะยังส่งผลต่อประสิทธิภาพการพัฒนาเนื้อหาและรายได้ ข้อเสนอแนะจากการวิจัยนี้ ได้แก่ การส่งเสริมระบบนิเวศสื่อท้องถิ่น ผ่านการสนับสนุนจากภาครัฐด้านเงินทุน เทคโนโลยี และการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ ตลอดจนการทดลองโมเดลสร้างรายได้ใหม่อย่างเป็นระบบเพื่อสนับสนุนความยั่งยืนของสื่อท้องถิ่นในยุคดิจิทัล
คำสำคัญ
การปรับตัวองค์กรสื่อ, ความอยู่รอดของสื่อ, วารสารศาสตร์, สื่อท้องถิ่น
ตีพิมพ์ที่
วารสารนิเทศศาสตร์, 43(2), พฤษภาคม-สิงหาคม หน้า 1-25
ปีที่ตีพิมพ์
2568
ชนิดเอกสาร
text
รูปแบบเอกสาร
pdf
จำนวนหน้า
25
ภาษา
tha
สังกัด
คณะสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยรามคำแหง
ID MC Post
987
เอกสารอ้างอิง

สกุลศรี ศรีสารคาม และ อภิสิทธิ์ ศุภกิจเจริญ. (2568). การปรับตัวขององค์กรข่าวเพื่อความอยู่รอดทางธุรกิจและบทบาทหน้าที่ต่อสังคม: กรณีศึกษาองค์กรสื่อท้องถิ่น. วารสารนิเทศศาสตร์, 43(2), พฤษภาคม-สิงหาคม หน้า 1-25